เที่ยวภูกระดึง กับสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศไทย หมอกขาวและภูผาเขียว

555 ต้องบอกเลยว่าทริปนี้ผมดีใจมาก เพราะผมอยากไปมานานแล้ว และนี่ยังเป็นวันหยุดยาวอีกด้วย งานนี้ผมเลยจัดเต็มกันไปเลย กับดินแดนที่เต็มไปด้วยความงดงาม สิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบให้ มาติดตามกันได้เลยครับว่าทริปนี้ผมจะพาทุกท่านได้ร่วมเดินทางไปที่แห่งไหนกันบ้าง
ออกเดินทางตั้งแต่เช้ากันเลยครับ เพราะอยากไปให้ถึงไวๆ ผมเริ่มต้นออกจากกรุงเทพ โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 และเมื่อผ่านสระบุรีมาแล้ว ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 จากนั้นพอมาถึง อำเภอสีคิ้ว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 เริ่มงงกันแล้วใช่ไหมครับ แต่การเดินทางไม่ยากอย่างคิดหรอกครับ พอขับมาเรื่อยๆ จนมาถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 276 ก็จะมีทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2019 ขับตามทางไปเรื่อยๆครับ อีกประมาณ 8 กิโลเมตร ในที่สุดก็มาถึงสักที
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดนี้เองคือจุดที่เราจะขึ้นเขากัน และยังเป็นจุดที่เราสามารถจองเต็นท์ และจองห้องพัก และอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นสำหรับการเดินทางขึ้นเขา ( ต้องเตรียมร่างกายมานะครับ เพราะเราจะเดินขึ้นเขากัน ) เพราะว่าทางขึ้นเขา ระยะทาง 5.5 กม. เลยทีเดียว ใช้เวลาเดินประมาณ 3-5 ชม. เรียกได้ว่าสาหัสพอดูเลยครับ หากเหนื่อยก็พักได้เพราะมีร้านขาย เครื่องดื่ม และอาหารตลอดทางขึ้นเขาเป็นจุดๆ
วังกวางจุดกางเต็นท์ ในที่สุดก็มาถึงจุดกางเต็นท์จนได้ 555 เหนื่อยมาก สำหรับใครที่ไม่ได้จองเต็นท์มาก่อน ที่นี่ท่านสามารถจองได้เลยครับ โดยรอบจะเป็นที่โล่งกว้างบนพืนหญ้าสีเขียว มีจำนวเต็นท์เรียงกันเป็นแถวมากมาย และจุดนี้เองยังเป็นจุดหลักสำหรับบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย
พักกันสักหน่อย แล้วเดินกันต่อ 555 (เดินอีกแล้วครับ ) ชมสระอโนดาตยามเย็น มาที่สระอโนดาต จากที่พักมาประมาณ 3 กิโลเมตร ความสวยงามมีลักษณะเป็นบึง ถือว่าแหล่งน้ำของบรรดาสัตว์ต่างๆบนเขา มีดงสนมากมายรายรอบ
ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมาก มาต่อกันด้วยการดูพระอาทิตย์ตกดินซึ่งจะขาดเสียไม่ได้ สวยงามมาก ถือว่าคุ้มค่าจริงๆครับที่เดินทางมากจากกรุงเพท อิ่มเอมกับธรรมชาติและความงดงามอย่างเต็มอรรถรส สำหรับวันนี้นอนหลับฝันดีแน่ๆ (เพราะเหนื่อยมาก)
เดินทางมาจนถึง น้ำตกตามหาใบเมเปิ้ลแดง การเดินทางเช้านี้ค่อยข้างสบายๆ เพราะทางเดินจะเลาะไปตามลำห้วย ประมาณ 5 – 6 กิโลเมตร ตลอดการเดินเราจะผ่านน้ำตกมากมาย ซึ่งสามารถแวะชมความงามกันได้ ทั้งน้ำตกโผนพบ น้ำตกถ้ำใหญ่ โดยทางจะเดินเป็นวงได้ ตลอดทางยังมีต้นเมเปิ้ลใบสีแดงสวยงาม อย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเป็น ไคล์แม็กซ์อีกด้วย
หลังจากหาอะไรทานเรียบร้อยแล้ว ( มีร้านขายอาหารมากมาย ตามจุดต่างๆ ) เราต้องมาที่แห่งนี้ครับ เพราะถือเป็นไฮไลท์ของการเดินทางมาภูกระดึง นั่นคือที่ ผาหล่มสัก สถานที่ชมพระอาทิตย์ตกดินที่เขาบอกกันว่างดงามที่สุด แล้วก็ต้องยอมรับจริงๆครับ เพราะที่นี่แสงสวยมากเวลาพระอาทิตย์ตกดิน แต่แนะนำว่าอย่าลืมเสื้อกันหนาวกับ ไฟฉายเด็ดขาดนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นเดินกลับเต็นท์ไม่ได้นะครับ 555
กลับมาถึงที่พัก และคืนนี้เองที่เราจะมาปาร์ตี้กัน 555 (แบบไม่มีแอลกอลฮอล) เราจะกินกันตายไปข้างเพราะว่าที่จุดวังกลาง ที่เรากางเต็นท์มีของกินเยอะมาก ตั้งแต่ จิ้มจุ่ม ร้อน หรือล้อมวงทานหมูกระทะ อาหารจานเดียว หรือเครื่องดื่มหลากหลายชนิด
ตื่นนอน สำหรับวันนี้เราจะเดินทางกันต่ออีกนิดหน่อย และเตรียมตัวกลับกรุงเทพกัน โดยตื่นแต่เช้า รับลมเย็น กับสายหมอก พร้อมด้วยกาแฟอุ่น โจ๊กสักถ้วยโดยมีท็อปปิ้งเป็นปลาท่องโก๋
เดินออกมาประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นกันครับ ที่ผานกแอ่น มองลงไปข้างล่างจะเห็นหมอกเยอะมาก แบบที่เขาเรียกกันว่าทะเลหมอก และเมื่อแดดเริ่มออกและสายหมอกถูกขับไล่ เราจะเห็นวิวของบ้านผานกเค้า
เดินกันต่ออีกนิดเดียว เพื่อเข้ามายังลานวัดพระแก้ว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน และชมพันธุ์ไม้มากมาย เช่น ดุสิตา สร้อยสุวรรณา เอื้องม้าวิ่ง หากมาเช้ามากก่อนที่น้ำค้างจากยอดหญ้าจะจางหาย คุณจะได้ถ่ายภาพที่งดงามจนเพื่อนๆ ที่ไม่ได้มาต้องอิจฉาแน่นอน
เดินทางกลับกรุงเทพโดยแวะถ่ายรูปคู่กับป้ายผู้พิชิตภูกระดึง จบสำหรับทริปที่สุดแสนจะประทับใจ กับการมาเยือนสถานที่สุดมหัศจรรย์ของเมืองไทย ภูกระดึงดินแดนแห่งสายหมอกขาวและภูผาเขียว
*** สำหรับท่านที่แบตโทรศัพท์หมดสามารถขอชาร์จจากร้านอาหารที่ท่านซื้อของได้ หรือที่จุดบริการของภูกระดึงก็มีบริการให้แต่จะเสียค่าชาร์จนิดหน่อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *